เงินเฟ้อมี.ค.หดตัวต่อเนื่องครบปี แต่ในอัตราชะลอลง พาณิชย์ปรับเป้าปี 69 เป็น 1.5-2.5% พิษราคาน้ำมันพุ่ง

07 เมษายน 2569
เงินเฟ้อมี.ค.หดตัวต่อเนื่องครบปี แต่ในอัตราชะลอลง พาณิชย์ปรับเป้าปี 69 เป็น 1.5-2.5% พิษราคาน้ำมันพุ่ง

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) เดือนมี.ค. 69 อยู่ที่ 100.27 หรืออัตราเงินเฟ้อทั่วไป ลดลง 0.08% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 และลดลงในอัตราที่ชะลอตัว จากตลาดคาดบวก 0.19% แม้สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ จะทำให้การขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าสำคัญต้องหยุดชะงัก มีผลให้ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น แต่ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ ยังได้รับปัจจัยหนุนจากการตรึงราคาไว้ในช่วงครึ่งแรกของเดือนมี.ค. รวมถึงมาตรการลดภาระค่าครองชีพ ด้วยการลดค่ากระแสไฟฟ้า

ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ช่วงไตรมาส 1 ของปีนี้ (ม.ค.-มี.ค.69) เฉลี่ยอยู่ที่ -0.54%

สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) เดือนมี.ค.69 อยู่ที่ 101.70 หรืออัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน เพิ่มขึ้น 0.57% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ช่วงไตรมาส 1 ปีนี้ เฉลี่ยอยู่ที่ 0.58%

ผู้อำนวยการ สนค. ยังกล่าวถึงกรณีที่อัตราเงินเฟ้อเดือนมี.ค.69 เมื่อเทียบเป็นรายเดือน พบว่าหดตัว -0.88% จากเดือนก.พ.69 นั้น ยังไม่มองว่าเป็นภาวะเศรษฐกิจถดถอย ทั้งนี้ เศรษฐกิจที่ถดถอยมีหลายมิติ มิติที่พูดถึงเงินเฟ้อ ก็คือราคาสินค้าแพงขึ้นจาก cost push แต่คำว่าเศรษฐกิจถดถอยนั้น ต้องมาดูว่าการจ้างงานลดลงหรือไม่ GDP ภาพใหญ่ลดลงหรือไม่ การลงทุนลดลงหรือไม่ การส่งออกยังไปได้หรือไม่

"ยังไม่คอนเฟิร์มว่าเศรษฐกิจถดถอย...ซึ่งต้องติดตามปัจจัยต่าง ๆ ใกล้ชิด ว่าจะมีโอกาสทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวหรือไม่ และจะเข้าภาวะ Stagflation หรือไม่ นั่นหมายถึงเงินเฟ้อสูง แต่เศรษฐกิจถดถอย" นายนันนทพงษ์ กล่าว

ส่วนแนวทางการบริหารจัดการเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นจากด้านอุปทาน (Supply Side) นั้น นายนันทพงษ์ กล่าวว่า หน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ คือ 1.การควบคุมเงินเฟ้อ ดูแลค่าครองชีพ และ 2.ผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโต โดยในส่วนของการดูแลเงินเฟ้อนั้น กระทรวงพาณิชย์ ได้เข้าไปควบคุมราคาสินค้าใน 2 รูปแบบ คือ 1.สินค้าต้นทาง เช่น เม็ดพลาสติก และกากถั่วเหลือง 2. ควบคุมสินค้าปลายทางให้สะท้อนโครงสร้างต้นทุนที่แท้จริง ไม่ปรับขึ้นเร็วจนเกินไป

ส่วนการดูแลค่าครองชีพ ได้ใช้แนวทางผ่านโครงการธงฟ้า เพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชนในระดับชุมชน และตำบล ส่วนโครงการไทยช่วยไทย ที่ออกมาล่าสุดนั้น ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดติดตามการรับรู้ของประชาชนถึงโครงการดังกล่าว และสินค้ามีการลดราคาจริง ซึ่งจะได้มีการติดตามประสิทธิผลของโครงการและปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสถานการณ์

*คาดเงินเฟ้อ Q2/69 กลับมาเป็นบวก

ผู้อำนวยการ สนค. ระบุว่า แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ไตรมาส 2/69 คาดว่าจะเป็นบวก ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากผลของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกราคาตลาดโลก จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง รวมถึงการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเพิ่มเติมจากราคาสินค้าเกษตรบางรายการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผักสด และไข่ไก่ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศร้อน ทำให้ผลผลิตลดลงบางช่วง, ค่าบริการขนส่งทางอากาศปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งเส้นทางบินในประเทศ และระหว่างประเทศ จากผลของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้น, ผู้ผลิตสินค้าอุปโภค-บริโภครายใหญ่ เริ่มส่งสัญญาณการปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อสะท้อนต้นทุนวัตถุดิบ และค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น

*ปรับเป้าเงินเฟ้อปี 69 เพิ่มเป็น 1.5-2.5% จากเดิม 0-1%

ทั้งนี้ สนค. ได้ปรับประมาณการเป้าหมายเงินเฟ้อสำหรับปี 69 ใหม่ เป็น 1.5 - 2.5% เพิ่มขึ้นจากเดิมที่เคยคาดไว้ที่ 0 - 1%

ผู้อำนวยการ สนค. ได้คาดการณ์แนวโน้มเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2569 โดยจัดทำเป็น 2 ฉากทัศน์ ซึ่งการจัดทำฉากทัศน์ดังกล่าว อยู่ในช่วงเดือนมี.ค.69 จึงไม่ได้รวมการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลในช่วงเดือนเม.ย.69 ที่มีการปรับเพิ่มขึ้นรวมแล้วเกือบลิตรละ 10 บาท

กรณีที่ 1 ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องอีก 2 เดือน (เม.ย.-พ.ค.)

- ราคาน้ำมันดิบดูไบ อยู่ที่ระดับ 120 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากนั้น ลดลงเหลือราว 70 ดอลลาร์/บาร์เรล

- ราคาดีเซลในประเทศ อยู่ที่ลิตรละ 44.24 บาท หลังจากนั้น ลดลงเหลือ 32.25 บาท/ลิตร

- ค่าไฟฟ้า เดือนพ.ค.-ส.ค. หน่วยละ 3.95 บาท เดือน ก.ย.-ธ.ค. หน่วยละ 388 บาท

- อาหารจานเดียว ราคาเพิ่มขึ้น 3%

- อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 69 คาดว่าจะอยู่ในช่วง 1.5 - 2.5% โดยไตรมาส 1 อยู่ที่ -0.54% ไตรมาส 2 อยู่ที่ 3.67% ไตรมาส 3 อยู่ที่ 2.24% ไตรมาส 4 อยู่ที่ 2.48%

กรณีที่ 2 ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องอีก 3 เดือน (เม.ย.-มิ.ย.)

- ราคาน้ำมันดิบดูไบ อยู่ที่ระดับ 120 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากนั้น ลดลงเหลือราว 80 ดอลลาร์/บาร์เรล

- ราคาดีเซลในประเทศ อยู่ที่ลิตรละ 44.24 บาท หลังจากนั้น ลดลงเหลือ 34 บาท/ลิตร

- ค่าไฟฟ้า เดือนพ.ค.-ธ.ค. หน่วยละ 3.95 บาท

- อาหารจานเดียว ราคาเพิ่มขึ้น 6%

- อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 69 คาดว่าจะอยู่ในช่วง 2.5 - 3.5% โดยไตรมาส 1 อยู่ที่ -0.54% ไตรมาส 2 อยู่ที่ 5.78% ไตรมาส 2 อยู่ที่ 3.85% ไตรมาส 4 อยู่ที่ 4.15%

ทั้งนี้ หากอัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ประเมินว่าสินค้าที่มีแนวโน้มจะปรับราคาเพิ่มขึ้น ได้แก่ สินค้ากลุ่มเครื่องประกอบอาหาร, เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์, สินค้ากลุ่มที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด และของใช้ส่วนบุคคล

ขณะที่สินค้าในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นเช่นกันหากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อ โดยสินค้าที่คาดว่าจะมีราคาเพิ่มขึ้น ได้แก่

- วัสดุก่อสร้างที่ต้องใช้ความร้อนสูงในการผลิต เช่น เหล็ก ปูนซีเมนต์ กระเบื้อง

- วัสดุก่อสร้างที่ใช้ปิโตรเคมีเป็นส่วนประกอบในการผลิต เช่น ท่อ PVC, สีทาอาคาร, เคมีภัณฑ์

- ยางมะตอย

"คาดการณ์ความเป็นไปได้มากสุด จะอยู่ที่ฉากทัศน์ที่ 2 ซึ่งทำให้อัตราเงินเฟ้อออกมาแตกต่างกันใน 2 scenario ขึ้นอยู่กับระดับราคาน้ำมัน และช่วงเวลาที่ราคาน้ำมันทรงตัวอยู่ในระดับสูงยาวนานเพียงใด...แต่ตอนี้เห็นชัดว่าราคาดีเซลช่วงไตรมาส 2 เริ่มต้นที่ลิตรละ 50 บาทแล้ว ดังนั้นจึงมีโอกาสสูงมากที่จะเป็นฉากทัศน์ที่ 2 ส่วน GDP ยังต้องรอการประเมิน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ยังไม่ได้เห็นภาพตอนนี้ ซึ่งหากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทำได้ดี ก็อาจจะไปตกอยู่ที่ฉากทัศน์ที่ 1 ก็ได้ ต้องรอดูสถานการณ์" นายนันทพงษ์ กล่าว


แหล่งที่มา : RYT9

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.